งีบบ่อยทุกวันอาจเป็นสัญญาณเตือน! งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่งีบกลางวันเป็นประจำ เสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น 48%
ทีมจากจอห์นส์ฮอปกินส์ติดตามผู้สูงอายุอเมริกัน 995 คน แต่ย้ำว่าการงีบอาจเป็น "สัญญาณ" ของสมองที่เปลี่ยนไป มากกว่าเป็นสาเหตุ
การงีบหลับบนเก้าอี้ยามบ่ายเป็นความสุขเล็ก ๆ ของหลายคน แต่ถ้างีบบ่อยเกือบทุกวัน งานวิจัยใหม่ชี้ว่าอาจเป็นสัญญาณเตือนเรื่องสุขภาพสมองในผู้สูงอายุ
ทีมวิจัยนำโดยนักจิตวิทยาด้านการนอนจากมหาวิทยาลัยจอห์นส์ฮอปกินส์ วิเคราะห์ข้อมูลผู้สูงอายุอเมริกันวัย 65 ปีขึ้นไป 995 คน ที่ไม่มีภาวะสมองเสื่อมตอนเริ่มต้น และติดตามผลเฉลี่ยราว 5 ปี ระหว่างนั้นมีผู้ที่ถูกจัดว่าอาจหรือน่าจะมีภาวะสมองเสื่อม 417 คน
หลังปรับปัจจัยอื่น ๆ เช่น อายุ เพศ การศึกษา การสูบบุหรี่ น้ำหนัก โรคประจำตัว และปัญหาการนอน พบว่าคนที่งีบทุกวันหรือเกือบทุกวัน มีอัตราการเกิดภาวะสมองเสื่อมสูงกว่าคนที่ไม่ค่อยงีบหรือไม่งีบเลยถึง 48%
คนที่เผลองีบโดยไม่ตั้งใจมีอัตราสูงกว่า 39% และที่น่าสนใจคือ คนที่งีบสั้น ๆ ไม่เกิน 30 นาทีก็มีอัตราสูงกว่าคนไม่งีบ 40%
แต่ทีมวิจัยย้ำชัดว่างานนี้เป็นงานเชิงสังเกต พิสูจน์ไม่ได้ว่าการงีบทำให้เกิดสมองเสื่อม “การงีบบ่อยขึ้นอาจเป็นเครื่องหมายของการเปลี่ยนแปลงในสมอง มากกว่าเป็นสาเหตุ” หมายความว่าสมองที่เริ่มเสื่อมอาจทำให้ง่วงกลางวันมากขึ้นเอง ความสัมพันธ์จึงอาจเป็นได้ทั้งสองทาง
งานวิจัยก่อนหน้าเรื่องนี้ยังให้ผลไม่ตรงกัน จึงยังไม่มีคำแนะนำให้เลิกงีบ แต่ถ้าคนในบ้านที่สูงวัยเริ่มง่วงและงีบบ่อยผิดปกติ อาจเป็นเรื่องที่ควรสังเกตและปรึกษาแพทย์