จ้องกระจกในห้องมืด 45 นาที 24 จาก 30 คนรู้สึกว่า "มีใครอยู่ด้วย"! การทดลองเรียกวิญญาณคนรักที่จากไปของนักวิทยาศาสตร์
ผู้ร่วมทดลองบางคนรู้สึกเหมือนมีคนลูบผม บ้างได้กลิ่น นักวิจัยชี้ว่าเกี่ยวกับจินตนาการ แต่ยังมีบางอย่างที่อธิบายไม่ได้ทั้งหมด
ผู้หญิงคนหนึ่งรู้สึกเหมือนมีคนมาลูบผม และเธอเชื่อว่าคนนั้นคือคนรักที่เสียชีวิตไปแล้ว นี่ไม่ใช่ฉากหนังผี แต่เป็นผลจากการทดลองของนักวิทยาศาสตร์ในสหรัฐฯ
ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยเวสต์จอร์เจียและมหาวิทยาลัยนอร์ทเวสต์มิสซูรีสเตต ใช้ห้องเล็ก ๆ ที่เรียกว่า “ไซโคแมนเทียม” บุผนังและเพดานด้วยกำมะหยี่สีดำ มีเก้าอี้เอนหันหน้าเข้าหากระจกที่ตั้งเอียงไม่ให้เห็นหน้าตัวเอง และมีโคมไฟสลัว ๆ อยู่ด้านหลัง
ผู้ร่วมทดลอง 30 คนใช้เวลา 15 นาทีนึกถึงคนที่เสียชีวิตไปแล้ว ทั้งหน้าตา น้ำเสียง และนิสัย จากนั้นนั่งจ้องกระจกอีก 45 นาทีโดยมีเสียงซ่าเบา ๆ กลบเสียงภายนอก หลังจบ 24 จาก 30 คนบอกว่ารู้สึกถึง “การมีอยู่” ของใครบางคน บ้างได้กลิ่น บ้างรู้สึกถูกสัมผัส และส่วนใหญ่บอกว่าเป็นประสบการณ์ที่ซึ้งใจในทางบวก เหมือนได้บอกลาอีกครั้ง
นักวิจัยพบว่าคนที่ได้คะแนนสูงด้านจินตนาการสร้างสรรค์ มีแนวโน้มเล่าประสบการณ์ที่ชัดเจนและสมจริงกว่า หัวหน้าทีมบอกว่าจินตนาการคือ “ส่วนผสมหนึ่งในสูตรของผี” ร่วมกับบุคลิก ความคาดหวัง ความผูกพันกับผู้ตาย และภาวะเคลิ้ม ๆ จากการจ้องกระจกนาน ๆ
ส่วนที่ชวนขนลุกคือ กล้องอินฟราเรดจับภาพจุดเล็ก ๆ ในกระจกได้ และรอบที่มีจุดเหล่านี้สัมพันธ์กับประสบการณ์แปลก ๆ ที่มากขึ้น ทีมวิจัยลองทำซ้ำด้วยการเขย่าผ้าและเป่าฝุ่น แต่มีแค่การขยับกระจกเท่านั้นที่ทำให้เกิดจุดได้ ซึ่งก็ยังจางกว่าของจริง ฝุ่นและการขยับเล็ก ๆ ของกระจกจึงยังเป็นคำอธิบายที่เป็นไปได้
ทีมวิจัยย้ำเองว่างานนี้เล็ก มีการเปรียบเทียบทางสถิติหลายครั้งจนเสี่ยงเจอผลบังเอิญ และ “ไม่ได้พิสูจน์ว่าคุยกับคนตายได้” ทั้งยังไม่ใช่วิธีรักษาความโศกเศร้า ขั้นต่อไปพวกเขาเตรียมศึกษา “ตู้โทรศัพท์สายลม” โทรศัพท์ที่ไม่ได้ต่อสายซึ่งคนใช้พูดกับคนรักที่จากไป